หกปะทะ หกประสาน ในการทำนาย

หกปะทะ

หกปะทะ หรือ ลิ่วชง (六冲) คือความสัมพันธ์ที่เกิดจากสิบสองกิ่งดิน ที่ว่าปะทะหรือ ชง ก็คือชนกัน ปะทะแตกหักกัน ไม่เข้ากัน โดยคู่ปะทะของสิบสองกิ่งดินมีมีหกคู่ดังนี้

จื่อ (子) ปะทะ อู่ (午)
โฉ่ว (丑) ปะทะ เว่ย (未)
หยิน (寅) ปะทะ เซิน (申)
เหม่า (卯) ปะทะ โหย่ว (酉)
เฉิน (辰) ปะทะ ซวี (戌)
ซื่อ (巳) ปะทะ ไฮ่ (亥)

โดยปกติแล้วเมื่อลายลักษณ์ถูกปะทะก็เหมือนการถูกชน มีโอกาสถูกทำให้บาดเจ็บ หรือเสียหาย โดยทั่วไปจึงหมายถึงลางไม่ดี แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาด้วยว่า หากเป็นย่งเสิน หยวนเสิน ถูกปะทะแตกไป ย่อมถือเป็นลางร้าย แต่หากที่ถูกปะทะแตกไปเป็น จี้เสิน โฉวเสิน อย่างนี้ก็ย่อมแสดงว่าการปะทะนั้นได้มาช่วยเหลือย่งเสินทางอ้อม

นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาเรื่องที่ทำนายด้วยว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เช่นถามว่างานที่รับทำจะได้เงินหรือไม่ แล้วลายลักษณ์ทรัพย์-ภรรยาเป็นลายลักษณ์เคลื่อนไหวมาปะทะลายลักษณ์ภพซึ่งแทนเจ้าตัว เช่นนี้ย่อมหมายความว่าเงินที่ถามนั้นมาชนกับเจ้าตัวอย่างจัง ย่อมตีความว่าจะได้รับเงินแน่นอน เป็นต้น
เมื่อพิจารณาลายลักษณ์หนึ่งๆ จะมีโอกาสถูกปะทะอยู่สามสถานการณ์ ได้แก่

  1. ถูกวันหรือเดือนปะทะ หากถูกเดือนปะทะเรียกว่า แตกที่กำลังเดือน หากถูกวันปะทะจะเกิดได้สองอย่าง หนึ่งคือถูกวันปะทะแตกไป เรียกว่า แตกที่กำลังวัน แต่หากลายลักษณ์นั้นมีความเข้มแข็ง ถูกปะทะไม่แตกแต่เกิดแค่การเคลื่อนไหว อย่างนี้เรียกว่า เคลื่อนไหวเร้น
  2. ถูกลายลักษณ์เคลื่อนไหวอื่นๆ มาปะทะ ให้พิจารณาตามหลักการปะทะตามปกติ คือถือว่าไม่ดีต่อลายลักษณ์ที่พิจารณาอยู่ แต่หากลายลักษณ์ที่มาปะทะนั้นเป็นลายลักษณ์ที่ตรงกับเรื่องที่เราพบพอดี จะถือว่าเป็นลางดีว่าจะได้ประสบพอเจอ แต่หากทายเรื่องการร่วมงาน การแต่งงาน เช่นนี้กลับไม่ดี เนื่องจากปะทะนั้นหมายถึงการกระทบกระทั่งมีปากเสียงกันนั่นเอง
  3. ลายลักษณ์เคลื่อนไหวเปลี่ยนเป็นลายลักษณ์ที่มีกิ่งดินกลับมาปะทะกัน เรียกว่า ฝ่านหลิน ถือเป็นลางไม่ดี เนื่องจากเปลี่ยนแล้วกลับมาทำร้ายตัวเอง

ฉักลักษณ์หกปะทะ

ฉักลักษณ์หกปะทะ (六冲卦) คือฉักลักษณ์ที่ลายลักษณ์ของตรีลักษณ์ล่างและตรีลักษณ์บนปะทะกันทั้งหมด นั่นคือลายลักษณ์แรกปะทะกับลายลักษณ์สี่ ลายลักษณ์สองปะทะกับลายลักษณ์ห้า ลายลักษณ์สามปะทะกับลายลักษณ์บน ฉักลักษณ์หกปะทะนี้แสดงถึงความไม่นิ่ง เนื่องจากมีการปะทะกันเองทั้งหมด แสดงถึงความร้อนใจ ความไม่สงบ และสถานการณ์ที่ยากจัดการให้เรียบร้อยได้ ถือเป็นฉักลักษณ์ที่ไม่ดี ดังนั้นหากเสี่ยงทายได้ฉักลักษณ์หกปะทะ หรือฉักลักษณ์เปลี่ยนเป็นหกปะทะ ย่อมถือเป็นลางที่ไม่ดี

หกประสาน

หกประสาน หรือ ลิ่วเหอ (六合) คือความสัมพันธ์ที่เกิดจากสิบสองกิ่งดิน ที่ว่าประสานหรือ เหอ ก็คือเข้ากัน การรวมกัน การเข้ากัน การภาคีกัน โดยคู่ประสานของสิบสองกิ่งดินมีมีหกคู่ดังนี้

จื่อ (子) ประสาน โฉ่ว (丑)
หยิน (寅) ประสาน ไฮ่ (亥)
เหม่า (卯) ประสาน ซวี (戌)
เฉิน (辰) ประสาน โหย่ว (酉)
ซื่อ (巳) ประสาน เซิน (申)
อู่ (午) ประสาน เว่ย (未)

  1. เนื่องจากประสานคือการรวมกัน จึงแสดงถึงการร่วมมือ การช่วยเหลือกัน การเสริม กำลังกัน ซึ่งถือเป็นลางที่ดี โดยเฉพาะเมื่อทายเกี่ยวกับการร่วมมือ การร่วมงานกัน การร่วมหุ้นหรือทำธุรกิจร่วมกัน การแต่งงาน แต่อย่างไรก็ตามในการทำนายจริงนั้นจะต้องวิเคราะห์ตามหลักเหตุผล ดังนี้
    การประสานต้องพิจารณาว่าเป็นการประสานก่อเกิด หรือประสานข่ม หากประสานแล้วห้าธาตุในกิ่งดินทั้งสองมีความสัมพันธ์แบบก่อเกิดกัน ฝ่ายที่ได้รับก่อเกิดย่อมเกิดผลดี แต่หากการประสานนั้นมีความสัมพันธ์แบบข่มกันอยู่ด้วย ฝ่ายที่ถูกข่มย่อมถูกทำร้าย ถือว่าในความร่วมมือยังแฝงการสะกดข่มกันอยู่ กลายเป็นในดีแฝงร้าย
  2. หากลายลักษณ์ที่พิจารณานั้นเป็นลายลักษณ์ที่ไม่เคลื่อนไหว เมื่อถูกประสานย่อมถือว่ามีกำลังมากขึ้น ถือว่าได้รับการช่วยเหลือ
  3. หากลายลักษณ์ที่พิจารณานั้นเป็นลายลักษณ์เคลื่อนไหว เมื่อถูก วัน เดือน หรือลายลักษณ์เคลื่อนไหวอื่นมาประสาน จะทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปกระทำการอื่นได้ เรียกว่า ประสานรั้ง หรือ เหอจู้ (合住) ส่วนผลดีร้ายนั้นก็ขึ้นอยู่กับลายลักษณ์ที่พิจารณา หากหยวนเสินเคลื่อนไหวมาก่อเกิดย่งเสิน แต่กลับถูกกำลังวันประสานรั้งดึงไป หยวนเสินก็จะไม่สามารถก่อเกิดย่งเสินได้ ถือว่าส่งผลเสียต่อย่งเสิน แต่ในทางตรงกันข้าม หากจี้เสินเคลื่อนไหวมาข่มย่งเสิน แต่กลับถูกลายลักษณ์เคลื่อนไหวอื่นประสานไว้ จี้เสินก็ไม่สามารถข่มย่งเสินได้ ถือว่าส่งผลดีต่อย่งเสิน เป็นต้น นอกจากนี้ หากทายเรื่องการเดินทาง หรือเรื่องที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายหรือเคลื่อนไหว หากย่งเสินถูกประสาน แสดงว่าการเคลื่อนไหวหรือเดินทางที่ถามนั้นจะยังไม่สามารถทำได้
  4. หากลายลักษณ์เคลื่อนไหว แล้วกิ่งดินในลายลักษณ์เปลี่ยนกลับมาประสาน กำลังของลายลักษณ์เคลื่อนไหวนั้นย่อมมากขึ้น แต่ลายลักษณ์เคลื่อนไหวก็จะถูกประสานรั้งไปด้วยเช่นกัน ทำให้ไม่สามารถแสดงบทบาทต่อลายลักษณ์อื่นๆ ได้
  5. การประสานกันนั้น สามารถช่วยประสานการแตกสลายจากการถูกปะทะได้ด้วย ดังนั้นหากมีลายลักษณ์ใดถูกปะทะแตกไป เมื่อได้รับการประสาน ลายลักษณ์นั้นก็จะมีบทบาทอีกครั้งได้ เช่นลายลักษณ์หยวนเสินเมื่อถูกเดือนปะทะแตก จะไม่สามารถก่อเกิดย่งเสินได้ แต่เมื่อได้กำลังวันมาประสานเข้ากัน หยวนเสินก็สามารถกลับมามีบทบาทในการส่งเสริมย่งเสินต่อไปได้

มีข้อสังเกตุอย่างหนึ่งในการพิจารณาการประสานกัน คือจะต้องเกิดจากคู่ประสานแบบหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้น เช่น จื่อหนึ่งตำแหน่งต้องประสานกับโฉ่วหนึ่งตำแหน่งเท่านั้น ไม่ สามารถหนึ่งจื่อประสานสองโฉ่วได้ หากการประสานนั้นไม่เป็นการพบกันหนึ่งต่อหนึ่ง จะกลายเป็นแก่งแย่งกัน เหมือนหนึ่งหญิงสองชาย ทำให้ไม่สามารถประสานได้

ฉักลักษณ์หกประสาน

ฉักลักษณ์หกประสาน (六合卦) คือฉักลักษณ์ที่ลายลักษณ์ของตรีลักษณ์บนและตรีลักษณ์ล่างประสานกันเองทั้งหมด นั่นคือลายลักษณ์แรกประสานกับลายลักษณ์สาม ลายลักษณ์สองประสานกับลายลักษณ์สี่ ลายลักษณ์สามประสานกับลายลักษณ์บน ซึ่งฉักลักษณ์หกประสานนี้แสดงให้เห็นถึงการรวมเข้ากันอย่างสงบ จึงถือว่าเป็นฉักลักษณ์ที่เป็นลางดีซึ่งหากฉักลักษณ์หกปะทะ เปลี่ยนเป็นฉักลักษณ์หกประสาน ก็จะสามารถแก้ผลที่ไม่ดีของ ฉักลักษณ์ต้นลงได้

สามประสานแปร

สามประสานแปร หรือ ซานเหอฮว่าจวี๋ (三合化局) คือความสัมพันธ์ที่เกิดจากกิ่งดินสามตำแหน่งมาประสานเข้าด้วยกันและเกิดการแปรธาตุขึ้น โดยการแปรนั้นจะแปรเป็นธาตุตามกิ่งดินตัวกลาง ซึ่งถือเป็นกิ่งดินที่เป็นตัวแทนทิศตรง ได้แก่ จื่อ (子) – ทิศเหนือ อู่ (午) – ทิศใต้ เหม่า (卯) – ทิศตะวันออก และโหย่ว (酉) – ทิศตะวันตก ซึ่งจะได้ชุดของสามประสานแปรดังนี้

เซิน-จื่อ-เฉิน (申子辰) ประสานเป็นธาตุน้ำ
ซื่อ-โหย่ว-โฉ่ว (巳酉丑) ประสานเป็นธาตุทอง
หยิน-อู่-ซวี (寅午戌) ประสานเป็นธาตุไฟ
ไฮ่-เหม่า-เว่ย (亥卯未) ประสานเป็นธาตุไม้

เมื่อเกิดสามประสานแปร ธาตุที่ได้จากการแปรธาตุนั้นจะมีกำลังสูงมาก สูงกว่าลำพังกำลังของธาตุนั้นในยามปกติอย่างมาก และสูงกว่ากำลังที่ได้จากการประสานแบบหกประสาน รวมทั้งมากกว่ากำลังวันและเดือนอีกด้วย เมื่อเกิดสามประสานแปรขึ้นในฉักลักษณ์ ธาตุที่ถูกแปรจะมีกำลังสูงที่สุดในฉักลักษณ์นั้นๆ ดังนั้นหากสามประสานแปรได้ธาตุเดียวกันกับย่งเสิน หยวนเสิน จะถือว่าเป็นลางดีที่สุด แต่ในทางตรงข้ามหากแปรตรงกับจี้เสินหรือโฉวเสินก็จะเกิดผลร้ายอย่างมากเช่นกัน

การเกิดสามประสานแปรในฉักลักษณ์ได้นั้น จะต้องมีกิ่งดินทั้งสามตัวอยู่อย่างพร้อมเพรียง ขาดตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ ทั้งนี้จะเกิดได้ในกรณีต่อไปนี้

  1. ลายลักษณ์เคลื่อนไหวสามลาย มีกิ่งดินรวมเป็นสามประสานแปร
  2. ลายลักษณ์เคลื่อนไหวสองลาย และลายลักษณ์ไม่เคลื่อนไหวหนึ่งลาย มีกิ่งดินเป็นรวมสามประสานแปร
  3. ลายลักษณ์เคลื่อนไหวสองลาย และกำลังวันหรือกำลังเดือน มีกิ่งดินรวมเป็นสามประสานแปร
  4. ลายลักษณ์เคลื่อนไหวสองลาย โดยมีลายลักษณ์เปลี่ยนที่ถูกเปลี่ยนออกมาหนึ่งลาย มีกิ่งดินรวมเป็นสามประสานแปร
  5. ลายลักษณ์เคลื่อนไหวหนึ่งลาย ลายลักษณ์ไม่เคลื่อนไหวหนึ่งลาย และกำลังวัน หรือกำลังเดือน มีกิ่งดินรวมเป็นสามประสานแปร
  6. ลายลักษณ์เคลื่อนไหวหนึ่งลาย ลายลักษณ์เคลื่อนเร้นหนึ่งลาย และมีกิ่งดินอีกหนึ่งตำแหน่งในลายลักษณ์ไม่เคลื่อนไหว หรือลายลักษณ์เปลี่ยน (ซึ่งเปลี่ยนจากลายลักษณ์เคลื่อนไหวข้างต้น) หรือกำลังวันหรือกำลังเดือน มีกิ่งดินรวมเป็นสามประสานแปร
  7. ลายลักษณ์เคลื่อนไหวหนึ่งลาย เปลี่ยนเป็นลายลักษณ์เปลี่ยนหนึ่งลาย และกำลังวันหรือกำลังเดือน มีกิ่งดินรวมเป็นสามประสานแปร
  8. ลายลักษณ์เคลื่อนไหวหนึ่งลาย กำลังเดือนหนึ่ง และกำลังวันหนึ่ง มีกิ่งดินรวมเป็นสามประสานแปร

จากเงื่อนไขข้างต้นนั้น ในตำราบางเล่มอธิบายต่างกันออกไป บางตำรามองว่ามีเพียงลายลักษณ์เคลื่อนไหวเท่านั้นที่สามารถเกิดสามประสานแปรได้ แต่บางตำราก็บอกว่าหากมีลายลักษณ์ไม่เคลื่อนไหวสักหนึ่งลายก็ยังเกิดได้ โดยมองว่าหากมีลายลักษณ์เคลื่อนไหวสองลาย ลายลักษณ์เคลื่อนไหวหนึ่งในสองจะสามารถเคลื่อนไหวไปประสานกับลายลักษณ์ไม่เคลื่อนไหวอื่นหนึ่งลายได้ จากนั้นลายลักษณ์เคลื่อนไหวอีกหนึ่งลายก็จะเคลื่อนไหวมาประสานเสริมจนเกิดสามประสานแปรได้ หรือลายลักษณ์เคลื่อนไหวหนึ่งลายเคลื่อนไหวไปประสานกับลายลักษณ์ไม่เคลื่อนไหวหนึ่งลาย จากนั้นหากมีกำลังวันหรือเดือน ก็สามารถถูกกำลังวันหรือเดือนมาประสานเสริมได้อีก ทำให้สามารถเกิดสามประสานแปรได้

แต่อย่างไรก็ตาม หากเรานำเอาลายลักษณ์ไม่เคลื่อนไหวมาพิจารณา จะต้องระวังว่าลายลักษณ์นั้นยังคงสามารถมีบทบาทในการถูกนำไปประสานได้ นั่นคือลายลักษณ์ไม่เคลื่อนไหวที่พิจารณานั้น ต้องไม่ถูกลายลักษณ์เคลื่อนไหวอื่นๆ หรือกำลังวันหรือกำลังเดือนทำการข่ม หรือถูกปะทะแตก และต้องไม่เป็นฝูเสิน ต้องไม่เข้าสุสาน สลาย หรือตกตำแหน่งว่างหาย